การแปลงคะแนน TOEFL เป็น IELTS: ตารางเทียบเท่าที่แม่นยำ (2026)
ถ้าคุณมีคะแนน TOEFL iBT และอยากรู้ว่าเทียบเท่ากับ IELTS เท่าไหร่ หน้านี้จะให้ข้อมูลการแปลงคะแนนที่แม่นยำที่สุดเท่าที่มีนะคะ พี่ทำงานกับผู้สอบมาหลายร้อยคนแล้วที่เคยสอบทั้งสองแบบ ข้อมูลการเทียบเคียงข้างล่างนี้อ้างอิงจากการวิจัยอย่างเป็นทางการของ ETS และผลลัพธ์จริงที่พี่สังเกตเห็นจากการสมัครมหาวิทยาลัยและเคสการย้ายถิ่นฐานค่ะ
ไม่ว่าคุณจะกำลังเปลี่ยนไปสอบอีกแบบ กำลังเปรียบเทียบตัวเลือก หรือกำลังเช็กว่าคะแนน TOEFL ของคุณตรงตามข้อกำหนดที่อ้างอิง IELTS หรือไม่ คู่มือนี้ทำหน้าที่เป็น TOEFL to IELTS Score Converter: ครอบคลุมตารางแปลงคะแนนทั้งหมด การเทียบคะแนนที่คนค้นหามากที่สุด และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่กำลังเปลี่ยนผ่านระหว่างการสอบทั้งสองแบบค่ะ
ตารางแปลงคะแนน TOEFL เป็น IELTS
ตารางต่อไปนี้จะเทียบคะแนน TOEFL iBT กับคะแนน IELTS band โดยประมาณ การแปลงคะแนนเหล่านี้อ้างอิงจากการวิจัย concordance อย่างเป็นทางการของ ETS และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางโดยมหาวิทยาลัยและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วโลกนะคะ โปรดจำไว้ว่าคะแนนรายส่วนอาจไม่สามารถแปลงได้ตรงเท่าคะแนนรวม เนื่องจาก TOEFL และ IELTS ให้ความสำคัญกับทักษะที่แตกต่างกันค่ะ
| TOEFL iBT | IELTS Band |
|---|---|
| 31–34 | 4.0 |
| 35–45 | 4.5 |
| 46–59 | 5.0 |
| 46–59 | 5.5 |
| 60–78 | 6.0 |
| 79–93 | 6.5 |
| 94–101 | 7.0 |
| 102–109 | 7.5 |
| 110–114 | 8.0 |
| 115–117 | 8.5 |
| 118–120 | 9.0 |
การแปลงคะแนน TOEFL เป็น IELTS ที่คนค้นหามากที่สุด
จากข้อมูลการค้นหา นี่คือคะแนน TOEFL สี่ระดับที่คนถามถึงบ่อยที่สุดนะคะ แต่ละคะแนนมีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นเกณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการสมัครมหาวิทยาลัย การย้ายถิ่นฐาน หรือการลงทะเบียนวิชาชีพค่ะ
TOEFL 79 เทียบเท่า IELTS เท่าไหร่?
คะแนน TOEFL iBT 79 เทียบเท่ากับ IELTS 6.5 โดยประมาณค่ะ นี่เป็นเกณฑ์ที่สำคัญมากที่สุดเกณฑ์หนึ่ง เพราะ IELTS 6.5 คือคะแนนขั้นต่ำที่หลายหลักสูตรปริญญาตรีและโทกำหนดไว้ทั่วโลก ถ้าคุณได้ TOEFL 79 คุณก็อยู่ตรงขอบล่างของช่วงเทียบเท่า IELTS 6.5 (TOEFL 79–93) นะคะ ถ้าได้ 78 คะแนนก็จะลดลงไปอยู่ในช่วงเทียบเท่า IELTS 6.0 ค่ะ
สำหรับการสมัครมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร คะแนน TOEFL 79 มักจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ที่ต้องการ IELTS 6.5 ค่ะ สำหรับ Canadian Express Entry คะแนนนี้อยู่ในระดับที่มีประโยชน์ แม้ว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองแคนาดาจะใช้ IELTS หรือ CELPIP เป็นหลักสำหรับการสมัครถิ่นที่อยู่ถาวร แทนที่จะเป็น TOEFL นะคะ
TOEFL 94 เทียบเท่า IELTS เท่าไหร่?
คะแนน TOEFL iBT 94 เทียบเท่ากับ IELTS 7.0 โดยประมาณค่ะ นี่คือเกณฑ์มาตรฐานสำหรับหลักสูตรมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูง รวมถึงหลักสูตร MBA และปริญญาโทหลายแห่ง และตรงกับระดับภาษาอังกฤษขั้นสูง ที่ TOEFL 94 คุณจะอยู่ในช่วงปลายล่างของ IELTS 7.0 band range (TOEFL 94–101) ดังนั้นคะแนนตั้งแต่ 94 ถึง 101 จึงเทียบเท่ากับ IELTS 7.0 เหมือนกันค่ะ
มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย กำหนดเกณฑ์ TOEFL 94–100 หรือ IELTS 7.0 เป็นคะแนนขั้นต่ำค่ะ ถ้าคุณกำลังสมัครหลักสูตรที่กำหนด IELTS 7.0 และรับทั้งสองบททดสอบ คะแนน TOEFL 94 ขึ้นไปจะผ่านเกณฑ์ที่สถาบันส่วนใหญ่กำหนดไว้นะคะ
TOEFL 100 เทียบเท่า IELTS เท่าไหร่?
คะแนน TOEFL iBT 100 อยู่ในช่วงเทียบเท่า IELTS 7.0 (TOEFL 94–101) ค่ะ นี่เป็นหนึ่งในคะแนนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ กำหนดบ่อยที่สุด รวมถึงหลักสูตร Ivy League และมหาวิทยาลัย top-50 หลายแห่ง ที่ TOEFL 100 คุณอยู่ใกล้ขอบบนของช่วง IELTS 7.0 หมายความว่าความสามารถภาษาอังกฤษของคุณอยู่ในระดับ 'Good User' อย่างมั่นคงเลยค่ะ
ถ้าคุณได้คะแนน TOEFL 100 และกำลังลังเลว่าจะสอบใหม่เพื่อทำคะแนนให้สูงขึ้นดีไหม การก้าวกระโดดที่สำคัญถัดไปคือ TOEFL 102 ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงเทียบเท่า IELTS 7.5 ค่ะ ความแตกต่างแค่สองคะแนนนั้นอาจมีความสำคัญมากสำหรับทุนการศึกษาที่มีการแข่งขันสูง หรือหลักสูตรที่ Oxford, Cambridge หรือ MIT ที่ต้องการ IELTS 7.5 นะคะ
TOEFL 110 เทียบเท่า IELTS เท่าไหร่?
คะแนน TOEFL iBT 110 เทียบเท่ากับ IELTS 8.0 โดยประมาณค่ะ เป็นคะแนนที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษในระดับสูงมาก สามารถใช้ยื่นสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้เกือบทุกแห่งทั่วโลก และผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษสูงสุดสำหรับการย้ายถิ่นฐานได้เลยค่ะ การได้ TOEFL 110 ขึ้นไปจะทำให้คุณอยู่ในกลุ่มผู้สอบระดับแนวหน้าของโลกเลยนะคะ
เพื่อให้เห็นภาพ มีผู้สอบ TOEFL เพียง 3–5% เท่านั้นที่ทำคะแนนได้ถึงระดับนี้ค่ะ ถ้าคุณได้คะแนนระดับนี้แล้วกำลังพิจารณาจะสอบ IELTS แทน ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีนะคะ เพราะ IELTS 8.0 ต้องอาศัยความสามารถที่โดดเด่นในทั้งสี่ส่วน และรูปแบบการสอบ Speaking แบบสัมภาษณ์ตัวต่อตัวอาจต้องปรับตัวสักหน่อย ถ้าคุณคุ้นเคยกับการสอบ Speaking แบบพูดใส่คอมพิวเตอร์ของ TOEFL มาก่อน
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง TOEFL กับ IELTS
รูปแบบการสอบ: TOEFL iBT เป็นการสอบบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด และสามารถสอบได้ที่ศูนย์สอบที่กำหนดหรือสอบที่บ้านผ่าน TOEFL iBT Home Edition เท่านั้น ส่วน IELTS มีทั้งแบบคอมพิวเตอร์และแบบกระดาษให้เลือกสอบที่ศูนย์สอบทั่วโลก ซึ่งให้ความยืดหยุ่นมากกว่าสำหรับผู้สอบค่ะ
รูปแบบการสอบ Speaking: Speaking ของ TOEFL เป็นการพูดใส่ไมโครโฟนที่คอมพิวเตอร์ทั้งหมด คุณจะพูดตอบโจทย์บนหน้าจอ รวมถึงโจทย์แบบบูรณาการที่ผสมผสานทักษะอ่าน ฟัง และพูด ส่วน Speaking ของ IELTS เป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบที่ได้รับการรับรอง ใช้เวลาประมาณ 11–14 นาที รูปแบบ IELTS ช่วยให้มีคำถามต่อเนื่องและบรรยากาศการสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ
MyBest Scores: TOEFL มีฟีเจอร์ MyBest Scores (หรือเรียกว่า 'superscoring') ที่รวมคะแนนสูงสุดของแต่ละส่วนจากการสอบที่ผ่านมาทั้งหมดภายในสองปีค่ะ IELTS ไม่มี superscoring ดังนั้นผลสอบแต่ละครั้งจะเป็นอิสระ คุณจะต้องทำคะแนนตามเป้าหมายในทั้งสี่ส่วนในวันสอบเดียวกันนะคะ
ระยะเวลาการประกาศผล: ผลสอบ TOEFL iBT มักจะออกภายใน 4–8 วันหลังวันสอบ ส่วนผลสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ใช้เวลา 3–5 วัน และผลสอบ IELTS แบบกระดาษใช้เวลาสูงสุด 13 วันตามปฏิทิน ถ้าคุณต้องการความรวดเร็ว IELTS แบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเทียบเท่ากับ TOEFL ได้แล้ว แม้ว่าตัวเลือกสอบที่บ้านของ TOEFL จะให้ความยืดหยุ่นเพิ่มเติมในการจัดตารางสอบนะคะ
เปลี่ยนจาก TOEFL เหรอคะ? เช็กระดับ IELTS ของคุณใน 60 วินาที
ส่งเรียงความ แล้วรับคะแนน IELTS ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก
เมื่อไหร่ที่คุณควรเลือกสอบ IELTS แทน TOEFL?
IELTS เป็นตัวเลือกที่จำเป็นสำหรับการย้ายถิ่นฐานและวีซ่าสหราชอาณาจักรค่ะ UKVI (UK Visas and Immigration) กำหนดให้ใช้ IELTS SELT สำหรับวีซ่าเกือบทุกประเภท — TOEFL ไม่ได้รับการยอมรับสำหรับการยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร ถ้าคุณกำลังสมัครวีซ่า Tier 2 หรือ Tier 4 IELTS คือตัวเลือกเดียวระหว่างสองบททดสอบนี้ค่ะ
ถ้าคุณถนัดการสื่อสารแบบตัวต่อตัวมากกว่า และรู้สึกว่าการพูดใส่ไมโครโฟนไม่เป็นธรรมชาติ IELTS ก็น่าจะช่วยให้คุณได้คะแนน Speaking ที่สูงกว่านะคะ เพราะการสัมภาษณ์ของ IELTS ช่วยให้คุณสามารถถามเพื่อความชัดเจน ปรับจังหวะการพูด และแสดงความคล่องแคล่วในการสนทนาได้ ซึ่งรูปแบบการบันทึกด้วยคอมพิวเตอร์ของ TOEFL ทำไม่ได้ค่ะ ผู้สอบหลายคนที่ลำบากกับ speaking tasks แบบบูรณาการของ TOEFL ก็มักจะรู้สึกว่ารูปแบบ IELTS กดดันน้อยกว่านะคะ
ถ้าคุณชอบเขียนด้วยมือ IELTS แบบกระดาษก็ให้ตัวเลือกนั้นได้ค่ะ ผู้สอบบางคนเขียนได้คล่องกว่าด้วยปากกา และรู้สึกว่าการเขียนด้วยมือช่วยจัดระเบียบความคิดได้ดีกว่า TOEFL กำหนดให้ต้องพิมพ์คำตอบทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นข้อเสียสำหรับคนที่พิมพ์ช้าหรือไม่คุ้นเคยกับแป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษนะคะ
เมื่อไหร่ที่ควรเลือกสอบ TOEFL แทน IELTS?
TOEFL เป็นบททดสอบที่ได้รับความนิยมสำหรับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ค่ะ แม้ว่ามหาวิทยาลัยอเมริกันหลายแห่งในปัจจุบันจะรับทั้ง TOEFL และ IELTS แต่ฝ่ายรับสมัครบางแห่งก็คุ้นเคยกับระบบคะแนน TOEFL มากกว่า และอาจมองคะแนน TOEFL ในเชิงบวกมากกว่า ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ TOEFL ก็เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่านะคะ
ฟีเจอร์ MyBest Scores ของ TOEFL เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมาก ถ้าคุณทำคะแนนไม่สม่ำเสมอในแต่ละส่วน ด้วย superscoring คุณสามารถรวมคะแนน Reading, Listening, Speaking และ Writing สูงสุดจากการสอบหลายครั้งภายในสองปีได้ค่ะ นั่นหมายความว่าคะแนน Reading ที่สูงจากการสอบครั้งหนึ่งสามารถรวมกับคะแนน Speaking ที่สูงจากอีกครั้งได้ — ซึ่ง IELTS ทำไม่ได้นะคะ
ถ้าคุณเป็นคนพิมพ์ดีและชอบประสบการณ์สอบบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด รูปแบบ TOEFL อาจเหมาะกับคุณมากกว่านะคะ ไม่มีส่วนที่ต้องเขียนด้วยมือ และทุก task รวมถึง Speaking ก็ทำที่คอมพิวเตอร์ทั้งหมดค่ะ ผู้สอบบางคนก็ชอบที่ Speaking ของ TOEFL เป็นการบันทึกเสียงแบบส่วนตัว แทนที่จะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบนะคะ
วิธีเตรียมตัวสอบ IELTS ถ้าคุณเคยสอบ TOEFL มาก่อน
ถ้าคุณกำลังเปลี่ยนจากการสอบ TOEFL มาเป็น IELTS ข่าวดีก็คือ ทักษะภาษาอังกฤษหลักของคุณสามารถนำมาใช้ได้โดยตรงเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในการอ่าน คำศัพท์ ทักษะการฟัง และความรู้ไวยากรณ์ ทุกอย่างยังคงเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือ รูปแบบการสอบ เวลา และวิธีการที่คุณจะต้องแสดงทักษะเหล่านั้นออกมาค่ะ
ส่วนที่ต้องปรับตัวมากที่สุดคือพาร์ท Speaking เลยค่ะ Speaking ของ TOEFL ประกอบด้วยหกข้อ สองข้อแสดงความคิดเห็นอิสระ และสี่ข้อแบบบูรณาการที่ผสมผสานทักษะอ่าน ฟัง และพูด ส่วน Speaking ของ IELTS เป็นการสนทนา 11–14 นาทีกับคนจริงๆ นะคะ คุณต้องฝึกตอบคำถามให้ยาวขึ้น จัดการกับคำถามต่อเนื่อง และพูดอย่างเป็นธรรมชาติภายใต้ความกดดันของการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวค่ะ ตรงจุดนี้เองที่ผู้ที่เปลี่ยนจาก TOEFL มาสอบ IELTS ส่วนใหญ่จะเสียคะแนนไปค่ะ
พาร์ท Writing ของ IELTS ก็แตกต่างกันมากเช่นกันค่ะ Writing แบบบูรณาการของ TOEFL กำหนดให้คุณสรุปการบรรยายที่เกี่ยวข้องกับบทอ่าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่มีในข้อสอบ IELTS โดยตรง IELTS Writing Task 2 ต้องเขียนเรียงความ 250 คำ โดยมีการแบ่งย่อหน้าที่ชัดเจน มีการพัฒนาข้อโต้แย้ง และมีความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนค่ะ Task 1 (Academic) ต้องอธิบายข้อมูล ส่วน Task 1 (General) ต้องเขียนจดหมาย การฝึกฝนเฉพาะทางสำหรับรูปแบบ IELTS จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากค่ะ
สำหรับพาร์ท Reading และ Listening ทักษะที่ใช้จะคล้ายกันมากค่ะ แต่ประเภทคำถามจะแตกต่างกันออกไป IELTS ใช้รูปแบบ True/False/Not Given, matching headings, และ sentence completion ซึ่งเป็นรูปแบบที่ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากวิธีการตอบแบบ multiple-choice เป็นหลักของ TOEFL นะคะ ดังนั้น ควรใช้เวลาเรียนรู้ประเภทคำถามเฉพาะของ IELTS แทนที่จะแค่ฝึกความเข้าใจทั่วไปค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
TOEFL 79 เทียบเท่า IELTS ที่คะแนนเท่าไหร่?
TOEFL 100 เทียบเท่า IELTS ที่คะแนนเท่าไหร่?
TOEFL 110 เทียบเท่า IELTS ที่คะแนนเท่าไหร่?
TOEFL ง่ายกว่า IELTS ไหม?
มหาวิทยาลัยรับ TOEFL และ IELTS เท่ากันไหมคะ?
TOEFL MyBest Scores คืออะไร และ IELTS มีแบบเดียวกันไหมคะ?
เริ่มเตรียมตัวสอบ IELTS ได้เลยวันนี้
ฝึก IELTS แบบคอมพิวเตอร์ เหมือนข้อสอบจริงทุกประการ
- AI ตรวจเรียงความตามเกณฑ์ IELTS ทั้ง 4 ข้อ
- ฝึกพูดพร้อมรับฟีดแบ็กการออกเสียง
- ฝึก Reading และ Listening แบบจับเวลา